ถ้ารู้ตัวว่าตัวเองมีพื้นฐานภาษาอังกฤษน้อยไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษ แล้วไปเข้าติวข้อสอบได้ยังไง วิธีการติวแบบนี้นะจะการันตีเลยว่านักเรียนน่ะจะเสียค่าสอบฟรีฟรีอย่างแน่นอน สวัสดีค่ะ ครูเมย์ เองนะคะ จากสถาบันออนไลน์ เอฟเอ็มซีพี อิงลิช ครูคือครูผู้สอนนะคะ คอร์สไอเอลส์ แอนด์โฮม ซึ่งเป็นคอร์สไอเอล ออนไลน์แห่งเดียวที่การันตีผล 7.0 หรือคืนค่าเรียนให้ 100% ครูจะโฟกัสในการสอนนักเรียนที่มีพื้นฐานน้อยให้ไปได้คะแนนระดับ จุด 5 ถึง 7 เนี่ยทำยังไงและไม่ได้มาจากการติวข้อสอบอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้นในคลิปนี้เนี่ยเมย์จะมาบอกให้อย่างที่นักเรียนจะต้องรู้ก่อนที่จะเข้าติวในส่วนของกระสอบไอเอล โดยเฉพาะถ้าตัวเองมีพื้นฐานน้อย ถ้าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เจอกันนะคะ ให้กดติดตา มนะ เพื่อที่จะได้ไม่พลาดแนวทางในการฝึกภาษาอังกฤษ เพื่อที่จะ 3ารถเอาไปใช้ได้จริงจริง แต่ถ้าเกิดเราเคยเจอกันแล้วและติดตามกันในช่องนี้มาแล้วเนี่ยก็ wealth combac อย่างที่หนึ่งนะคะ อย่าเพิ่งเริ่มจากข้อสอบ ถ้าพื้นฐานของเราเนี่ยยังไม่ถึงไหน หลายต่อหลายคนนะคิดว่าข้อสอบ iot เนี่ยเป็นข้อสอบภาษาอังกฤษที่นักเรียนเคยเจอมา เช่น ต้องท่องแกมมาท่องคำสาปแค่นี้ก็พอ แต่ถ้านักเรียนไปดูตัวอย่างข้อสอบเนี่ย นักเรียนจะเห็นได้ว่าไม่พอ เพราะว่าเวลา writing เนี่ย เค้าให้กระดาษมาฟรีฟรีว่างเปล่ามากเลย ถ้านักเรียนไม่ 3ารถที่จะเขียนประโยคได้ จะไปเขียนบทความได้ยังไง จะเอาตัวไปท่องอะไรที่สามารถจะมาทดแทนทักษะและพื้นฐานในส่วนของตรงนี้ คนที่สามารถที่จะเข้าติวข้อสอบเลยเนี่ยมีอีก 2 ประเภทเท่านั้นนะ อย่างแรกคือคนที่เรียนอินเตอร์มาเค้าใช้ภาษาอังกฤษที่โรงเรียนทั้งวัน ภาษาอังกฤษพื้นฐานเค้าแน่นเค้าเรียนได้เลย ในส่วนของข้อสอบ bills หรือคนที่จบต่างประเทศมาจบต่างประเทศแบบใช้ภาษาอังกฤษเยอะเยอะด้วยนะ ไม่ใช่ว่า hang out กับคนไทยที่ต่างประเทศนะ เวลาที่เค้ามาเนี่ย เค้าสามารถที่จะติวแนวข้อสอบนิดนึงก็ 3ารถ ได้อย่างเช่น ครูเนี่ย ครูใช้ภาษาอังกฤษเยอะ เวลาไปเรียนที่อเมริกา เวลามาที่เมืองไทยเนี่ยไม่ได้แตะเลยนะคะ ในเชิงของเทคนิคการติวไอเอล ครูไปสอบเลยไปสอบสดสดเลยแล้วก็ได้ 8.5 เต็ม 9.0 ครูถึงบอกไงว่าก็สอบไอเอลเนี่ย เค้าต้องการทักษะภาษาอังกฤษไม่ใช่ทักษะการทำข้อสอบ ถ้าพื้นฐานตัวเองน้อยเนี่ย จะต้องเริ่มจากการปรับพื้นฐานก่อนก่อนที่จะเข้าสู่ในส่วนของกระสอบอย่างที่ 2 นะคะ นักเรียนจะต้องรู้ก่อนว่าตัวเองเนี่ย อ่อนทักษะไหน เพราะว่านักเรียนแต่ละคนที่เข้ามาคุยกับเมย์ทุกคนไม่ได้อ่อนทักษะเดียวกันนะ บางคนก็ชำระเรื่องของการฟังมากกว่า racting บางคนมีปัญหาเรื่องของ speaking มากกว่า writeing โดยส่วนใหญ่แล้วเนี่ย ตัวที่จะเป็นปัญหาหลักนะคะ ก็คือจะเป็นตัว writing กับตัว speeking เพราะว่ามันใช้ทักษะระดับสูง ถึงจะสามารถสื่อสารหรือว่าเขียนในระดับนั้นได้ แต่ยังมีรายละเอียดเล็กเล็กน้อยน้อยอย่างเงี้ยที่เราจะต้องรู้ ว่าตัวเอง ออนตรงไหนแข็งแกร่งตรงไหน เพื่อที่จะได้ทำการติวโฟกัสได้ถูกทาง ดังนั้นนักเรียน iot ซัดโฮมของเมย์เนี่ย เมย์จึงให้มาทำแบบทดสอบเลยเพื่อดูเลยว่า ก่อนที่จะเริ่มฝึกเนี่ยเราจะต้องโฟกัสในส่วนตรงไหน เพื่อที่ทางเราจะได้สร้างแผนการเรีย นที่ตรงตามเฉพาะของผู้เรียนเลย จะได้ไม่เสียเวลาติ้วทุกอย่าง ทั้งทั้งที่อาจจะต้องโฟกัสกับเรื่องนึงมากกว่าอีกเรื่องนึง อย่างที่ 3 นะคะ เป้าหมายคะแนนของแต่ละคนเนี่ยมีการเตรียมสอบที่ไม่เหมือนกันนะ บางคนอยากได้ 5 บางคนอยากได้ 7 บางคนอยากได้8ถึง9เราต้องเข้าใจความหมายของคะแนน iot ก่อนนะคะเพราะว่า 5 เนี่ยความหมายของเค้าคือนักเรียนจะต้องสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ พอใช้ 7 จะต้องใช้ได้เก่ง ส่วน8 กับ 9 นี่ก็คือระดับ native เลย ถ้าตัวเองมีเป้าหมายตรงไหนเนี่ย ตัวเองก็จะต้องรู้ก่อนว่า เออพื้นฐานต้องแน่นนะยิ่งคะแนนอยากได้สูงขึ้น ให้มองการทำคะแนน aielt เหมือนกับการสร้างตึกมหานครตึกที่สูงขนาดนั้นเนี่ยพื้นฐานของเขาต้องแน่นยิ่งนักเรียนจะอยากได้แบรนด์สูงเท่าไหร่โครงสร้างพื้นฐานก็ต้องแน่นเท่านั้นใช่มั้ยคะ และต้องให้เวลาตัวเองในการฝึกเยอะเยอะด้วย ไม่ใช่ว่ามาหาครูหรือเปล่าว่าครูเมย์พื้นฐานน้อย อยากได้ 8 ภายในหนึ่งเดือนไม่มีใครสามารถช่วยได้ค่ะ เพราะนักเรียนกำลังต้องการที่จะพูดภาษาอังกฤษที่จริงอะใช้ทักษะ เทียบเท่ากับเจ้าของภาษาภายในหนึ่งเดือนน่ะ มันเป็นไปได้หรอ ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่มีใครไปเรียนต่างประเทศน่ะสิใช่มั้ย มันไม่ได้ค่ะ ต้องเข้าใจก่อนว่าข้อสอบ bills เนี่ย เค้าทดสอบอะไร เราถึงจะ3ารถหาเวลาตัวเองเตรียมพร้อมได้อย่างเหมาะสมค่ะ อย่างที่ 4 นะ ถ้าเรามีพื้นฐานน้อย เราจะต้องมีระบบในการที่จะฝึกทักษะส่วนของ iots โฮมเนี่ย เมย์จะให้นักเรียนของเมย์เนี่ย 90% คือพื้นฐานน้อย เราจะมาฝึกใน 3ขั้นตอนขั้นตอนแรกก็คือการปรับพื้นฐานการฟังกับการเขียนเพราะว่ามันเป็นปัญหาใหญ่สำหรับนักเรียนหลายคนมาก ทำตรงนี้ให้แน่นขั้นตอนที่2 ก็คือฝึกกับ teachers เลยไม่ได้ฝึกกับเมย์ด้วย เมย์จะสอนเรื่องของเทคนิคเท่านั้น แต่การฝึกภาษาอังกฤษอะนักเรียนจะต้องฝึกในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด เพราะเวลาไปสอบจริงก็ต้องสอบกับทีชเชอร์ เพราะตรงเนี้ยใช้เวลา 80% นะขั้นตอนที่หนึ่ง ขั้นตอนที่ 2 ถึงจะไปขั้นตอนที่ 3 ก็คือการทำข้อสอบก็คือไปเจอเมย์ ถ้าพื้นฐานไม่แน่นทักษะไม่ฝึก Ama สอนอะไรไปก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ดังนั้นเนี่ย ทำทุกอย่างต้องเป็นระบบเมย์จึงไม่แนะนำว่าคนที่มีพื้นฐานอ่อนเนี่ยให้ไปติวเองติวเองก็ไม่แน่ใจว่าติว พอ มั้ยติวถูกต้องมั้ย สุดท้ายมันก็สะเปะสะปะไปหมดทำให้เสียเวลาทำคะแนนไม่ได้เสียค่าสอบฟรี แถมเสียโอกาสในการที่จะยื่นใบคะแนนนั้นด้วยขั้นตอนที่5 ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะได้คะแนน 6.5 ถึง 7 คำถามเนี่ย เมย์เจอบ่อยมากเลยนะคะ นักเรียนจะถามมั้ยว่าหนูต้องใช้เวลาเท่าไหร่ มันขึ้นอยู่กับว่าพื้นฐานของนักเรียน ตรงไหนและมีจุดอ่อนทักษะใดบ้าง ถ้าตัวเองอ่อนทั้ง 4 ทักษะเนี่ยก็ต้องเริ่มตั้งแต่เนิ่นเนิ่นให้เวลาตัวเองเยอะเยอะ ถึงจะสามารถที่จะปรับพื้นฐานและฝึกทักษะได้ และการฝึกน่ะฝึกยังไงฝึกเองนี่ โอ้โหทั้งชาติก็คงไม่เก่ง แต่ถ้าเกิดฝึกตามระบบที่เมียร์แนะนำให้ 3 ขั้นตอนเนี่ย โอ้โห ใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนหรอก บางคนไม่กี่อาทิตย์ด้วยซ้ำก็ 3ารถทำคะแนนที่ต้องการได้แล้วดังนั้นเนี่ย ปัจจัยมันมีมากมายเลยนะคะ ในการที่คนคนนึงจากพื้นฐานน้อย ไปพื้นฐานได้ระดับ 6.5 ถึง 7 อะ ดังนั้นก่อนที่จะเอาตัวเองไปซื้อหนังสือติวสอบอเอล หรือว่าไปเข้าคอร์สที่ติวแต่เทคนิคเนี่ย หยุดเลย ถ้ารู้ตัวว่าตัวเองมีพื้นฐานน้อยตัวเอง ควรที่จะปรับพื้นฐานฝึกทักษะให้เต็มที่แล้วค่อยไปติวข้อสอบดังนั้นเนี่ย ถ้ารู้ว่าตัวว่าตัวเองมีพื้นฐานน้อย เริ่มจากดูที่descriptionนะ เพราะว่าครูมีคลาสสตรีที่ชื่อว่า iot speaking ในส่วนตรงเนี้ย ครูจะสอนแนวทางในการที่จะฝึกนะคะ พัฒนา ทักษะการพูดภาษาอังกฤษ และวิธีการทำพาร์ทที่ยากที่สุดของ ailespeeking ด้วย อีกทั้งนั้นจะมีการแนะนำการเตรียมสอบที่เหมาะสมสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษ คลาสนี้เปิดสอนฟรีนะคะคลิกที่ลินนาลาสแล้วก็ไปเจอกันในคลาสได้เลยค่ะ